หลายปีผ่านไป เยเนเวียฟโตเป็นสาว เธอปฏิญาณพิเศษเพื่อถือพรหมจรรย์และอุทิศตัวสวดภาวนาเป็นอันมาก
ทำการใช้โทษบาปและทำงานอย่างดีทุกวัน เธอปรารถนาอยากอยู่ในระบอบที่โดดเดี่ยวแบบชีลับแต่พระเป็นเจ้ากลับขอให้เธอ
เลิกความคิดนี้เสีย และขอให้เธอเป็นผู้แพร่ธรรมพระองค์สู่ประชากรของพระ พระเป็นเจ้าให้พระพรพิเศษแก่เธอในเรื่อง
กี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต และอะไรๆ ที่เธอกล่าวบอกไว้ล่วงหน้าจะเป็นจริงตามนั้น เธอยังสามารถบอกความ
ลับที่คนเก็บไว้ในใจอีกด้วย และด้วยความมั่นคงที่แสนสุภาพของเธอทำให้เธอสามารถช่วยให้พวกเขาทั้งหลาย
กลับมามีสันติกับพระเป็นเจ้าเสมอ

แต่สิ่งพิเศษนี้เอง ทำให้เธอมีทุกข์ที่ต้องทนอย่างมหันต์ ทั้งนี้ก็เพราะว่าผู้คนอีกมากมายที่ไม่เชื่อในตัวเธอ และยังเยาะเย้ย
เหยียดหยันเธอ เช่นวันหนึ่งเธอเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง เธอได้ยินพวกเขากำลังพูดถึงเธอว่า “เชอะ!ภาพ..นิ..มิ้ต ต?
ไร้สาระ! โธ่ ที่แท้ก็นังบ้าโรคจิต น่าจะมีคนลงโทษไอ้คนชอบพูดเรื่องตอแหลบ้างนะยะ นังคนนี้แบบว่า ต่อหน้ามะพลับ
ชอบแอ๊คชอบพ่นแต่เรื่องที่เจ้าหล่อนคิดว่าจะเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านได้..ก็เท่านั้น”

พวกที่ชอบนินทาคนอื่นลับหลังใจขมขื่นเหล่านั้น จริงๆ แล้วก็อาจไม่ผิดอะไรมากไปกว่าที่พูดๆ กันไป ทั้งนี้เพราะว่า
เยเนเวียฟมิได้ปรารถนาอะไรนอกไปจากสันติในใจและการอยู่สงบในหัวจิตเท่านั้น แม้เธอจะต้องทนทุกข์มหาศาล
จากคำวิจารณ์ต่างๆ ของผู้คน แต่เธอก็มักทักทายคนที่ทำเช่นนั้นต่อเธอเสมอและก็สวดภาวนาให้เขา เป็นสิ่งยาก
เหลือเพื่อจะทำได้เช่นนี้แต่สำหรับเธอแล้ว นี่คือโอกาสที่เธอจะเลียนแบบพระเยซูที่ทรงอภัยอยู่เสมอต่อทุกผู้ที่ทำ
สิ่งร้ายๆ ต่อพระองค์ ดังนี้แหละที่ทำให้เธอยิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้น มิใช่ด้วยภาพนิมิตที่เธอได้รับหรือพระพรพิเศษต่างๆ
ที่เธอมี แต่เพราะความนอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าเท่านั้น
เยเนเวียฟใช้พรสวรรค์ทั้งหมด
ของเธอเพื่อประโยชน์แห่งความดีของคนอื่น เธอช่วยพวกเขาในเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณพร้อมๆ กับเรื่องบรรเทาความ
ขาดแคลนข้าวของในการดำรงชีพและนำเขากลับไปหาพระเป็นเจ้า ความร้อนรอนศรัทธาของเธอมิใช่เป็นแบบเพื่อ
แสดงอารมณ์แต่เป็นแบบที่มีกิจการประกอบจริงตามนั้นอีกด้วย