ในปี ค.ศ.๔๔๙ เผ่าคนป่าแห่งแฟร้งค์ส มาล้อมกรุ่งปารีส กษัตริย์ชิลเดอริคแห่งแฟร้งค์สตั้งใจจะบีบให้คนในเมืองยอม
จำนนด้วยวิธีปล่อยให้ค่อยๆ ตายเพราะขาดเสบียงอาหาร แต่เยเนเวียฟช่วยพวกทหารจัดแจงเรื่องการแบ่งและลำเลียบ
อาหารจนว่า แม้กษัตริย์ชิลเดอริคจะชนะในที่สุดและได้เมืองปารีสก็จริง แต่ผู้คนในปารีสกลับมิได้พากันตายเพราะขาด
อาหารเยเนเวียฟกลับมีอิทธิพลเหนือกษัตริย์ต่างชาติองค์นี้ และด้วยคำวิงวอนจากเธอ ทำให้นักโทษจำนวนมากได้รับอิสระ
และ กษัตริย์ของปารีสจึงรอดพ้นจากโทษทรมานต่างๆ เยี่ยงนักโทษ

ในปีค.ศ.๔๕๑ เกิดภัยพิบัติในปารีสอีก จักรพรรดิอัตติลาชาวฮั่นกำลังกรีฑาทัพไปโรม แต่กรุงปารีสขวางอยู่บนเส้นทางนั้น
พอดี ประชาชนพากันหวาดกลัวมากและเตรียมตัวหนีออกนอกเมืองกันแล้ว แต่มีเสียงหนึ่งร้องทัดทานแผนการหนีนี้ไว้
เสียงนั้นคือเสียงของเยเนเวียฟ ว่า “อย่าหนีไปไหนเลย อยู่กันที่นี่แหละ
หากเราทั้งหลายอดอาหารและสวดภาวนาร่วมกัน พระเป็นเจ้าทรงสัญญา
ว่าจะช่วยเหลือพวกเรา
อย่าหนีไปหลบตามปราสาทต่างๆ รอบนอกในชนบท แต่ให้หนีไปอยู่ตามวัดของ
พวกเราในปารีสนี้แทน และอย่าหวังพึ่งพิงอาวุธกับกองทัพ แต่ให้พึ่งพาความไว้ใจในพรเจ้า”